5 เทคนิคของ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่จำทำให้คุณเป็นมือโปร

แล้ววันนี้เราจะพาทุกท่านมาพบกับเทคนิคดีๆเกี่ยวกับการใช้ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่บอกได้เลยว่าจะทำให้ทุกท่านได้ทราบถึงการตัดต่อที่จะทำให้เรากลายเป็นมือโปรและนี้คือ 5 เทคนิคของ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่จำทำให้คุณเป็นมือโปรเรียกได้ว่า โปรแกรมตัดต่อนั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับการทำภาพยนตร์ หรือ ตัดต่อคลิปลงใน Youtube บ้างหรืออะไรที่มีความเกี่ยวข้องกับวีดีโอจำเป็นต้องผ่านกระบวนการตัดต่อเสียก่อนถึงจะได้ คลิปวีดีโอที่ออกมาได้ดีเมื่อเรารู้ถึงความจำเป็นของการตัดต่อวีดีโอเราก็ต้องมีเทคนิคเสริมสกิลกันบ้าง

เทคนิคที่ใช้งานกับโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ

การตัดต่อวีดีโอนั้นเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งซึงเป็นการสื่อเรื่องราวเป็นภาพเคลื่อนไหวให้ทุกคนได้ดูเนื้อเรื่องแล้วเข้าใจถึงสิ่งที่เราจะสื่อออกไปได้อย่างชัดเจนและเป็นส่วนนึงของการบอกต่อเรื่องราวของคุณเองให้คุณที่ได้ดูนั้นเข้าใจในคลิปวีดีโอของเราที่สื่ออกไปเราไปดูเทคนิคกันดีกว่ว่าจะมีอะไรบ้าง

1. Composition (การจัดองค์ประกอบของภาพ)

เรามาเริ่มเทคนิคแรกกันเลยดีกว่านั้นก็คือ Composition เป็นการจัดองค์ประกอบของภาพและสิ่งสำคัญของข้อนี้ก็คือเราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราต้องการที่จะให้ผู้ชมนั้นเห็นภาพอะไรบ้างในวีดีโอของคุณ และเทคนิคนี้ก็ไม่ได้มีกฏตายตัวว่าจะต้องเป็นอย่างไรเมื่อเราลองนึกถึงองค์ประกอบของภาพว่าเราจะให้วัตถุ หรือตัวละคร นั้นอยู่ส่วนไหนของเฟรม

เทคนิค Composition

เราจะต้องการให้อยู่กลางภาพ หรือ ซ้ายขวาที่จำทำให้พื้นที่ส่วนที่เหลือนั้นดูกว้างขึ้นอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราจะออกแบบซึ่งเทคนิคนี้จะเป็นเทคนิคที่สำคัญมากในการเล่าเรื่องราวแต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตัดต่อก็จะมีการตัดสลับกันไป ซ้ายบางขวาบ้าง หรือตรงการบ้างเพื่อไหมให้วีดีโอของคุณดูน่าเบื่อนั้นเอง

2.Camera Setting (การตั้งค่ากล้อง)

เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งก่อนที่เราจะทำการใช้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ และสิง่ที่เราควรรู้เลยนั้นก็คือเฟรมเรต ซึ่งปกติแล้วคลิปหรือภาพยนตร์ที่ถ่ายทำกันนั้นจะใช้ อยู่ที่ 1920×1080 24Fps นั้นก็คือใน 1วินาทีจะประกอบภาพนิ่งด้วยกัน 24 ภาพที่รวมกันให้กลายมาเป็นภาพเคลื่อนไหว

Camera Setting

ซึ่งเฟรมเรทอย่างเดียวไม่พอต้องทำความกับ สปีดชัตเตอร์อีกโดยการที่เราจะรู้ได้ว่าควรใช้สปีดชัดเตอร์ที่เท่าไหร่เราก็ควรดูก่อนว่าเราใช้เฟรมเรทที่เท่าไหร่ ซึ่งที่เราได้แนะนำไป เราใช้เฟรมเรทที่ 24 Fps อย่างนั้นเราก็ควรที่จะใช้สปีดชัตเตอร์ทีเป็นสองเท่าของเฟรมเรท นั้นก็คือ 1/5 Shutter Speed นั้นเองนอกจากนี้สปีดชัตเตอร์ยังมีผลต่อความสว่างของภาพอีกด้วย

3.Lighting (การจัดไฟ)

การจัดนั้นไม่ได้ทำให้มีผลของความสว่างหรือมืดเพียงอย่างเดียว ยังสามารถกำหนดช่วงเวลาของของวีดีโอและอารมณ์อีกด้วยเพราะฉะนั้นแล้วการจัดแสงนั้นก็มีความสำคัญทำให้เราได้เห็นวัตถุ หรือตัวละครได้ชัดขึ้นนั้นเอง

video-lighting

4.Editing (การตัดต่อวีดีโอ)

การตัดต่อด้วยโปรแกรมตัดต่อนั้นไม่ได้เป็นดพียงแค่การเชื่อมต่อวีดีโอเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะโปรแกรมตัดต่อนั้นยังมีเทคนิคตักต่อมากมายให้เราได้เราเรื่องในคลิปวีดีโอของเราซึ่งองค์ประกอบและเทคนิคการตัดต่อวีดีโอนั้นก็ต้องฝึกฝนกันไป

Editing

5.Color Grading (การแก้ไขสีของภาพ)

ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นภาพยนตร์ที่เราดูกันนั้นล้วนทำการแก้ไขสีมาแล้วทั้งสิ้นซึ่งเป็นการบ่งบอกอารมณ์ของภาพเคยคิดสงสัยไหมว่าเมื่อเราดูหนังเรื่อใดเรื่องนึงแล้วมีโทนสีที่ดูมืดๆเราก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นหนังผีหรือหนังสยองขวัญอย่างแน่นอนและถ้าเป็นหนังรักก็จะดูเป็นสีทีั่สดใสนั้นก็เพราะว่าหนังแต่ละเรื่องนั้นมีสีที่เป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเองนั้นเอง

Color Grading

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อนๆเมื่อเรารู้เทคนิคพวกนี้แล้วก็อย่าลืมนำไปลองทำตามกันดูนะเพื่อเราจะได้มีคลิปวีดีโอสวยกับเขาบ้างและก็อีกอย่าที่เราจะแนะนำนั้นก็คือการที่เรานั้นศึกษาเทคนิคการตัดต่อเยอะจะทำให้เรามีไอเดียในการผลิตสื่อวีดีโอที่หลากหลายและทำให้ฝีมือของเรานั้นพัฒนายิ่งขึ้นนะจร้ทุกคน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *